| รายละเอียด : |
เนื่องจากในท้องตลาดตอนนี้ค่อนข้างมีกลูต้าไธโอนอยู่หลายยี่ห้อมากมาย ทำให้บางท่านตัดสินใจไม่ถูกว่าจะเลือกทานตัวไหนดี ทางร้านบ้านเภสัชจึงมีคำแนะนำเพิ่มเติมในการเลือกกูลต้าไธโอน เพื่อให้ท่านตัดสินใจได้ถูกต้องตามความเหมาะสมมากขึ้น
อันดับ 1 ที่แนะนำ คือ Lypo-Spheric Glutathione 450 mg (กลูต้าเจล)

ที่แนะตัวนี้เป็นตัวแรกเพราะว่า ตัวนี้เป็นเพียงแค่ตัวเดียว ณ ตอนนี้ที่มีการทำอยู่ในรูปแบบพิเศษที่เรียกว่า Lyposome ที่สามารถทำให้มีการดูดซึมเกือบ 100% อีกทั้งกลูต้าไธโอนของ Lypo-SphericTM GSH นี้ยังอยู่ในรูป Reduce Form (Active Form) ซึ่งเป็นรูปแบบของกลูต้าไธโอนที่พร้อมจะออกฤทธิ์ทันที ส่วนยี่ห้ออื่นๆที่โฆษณาว่าดูดซึมได้ 100% หรือทำในรูปแบบ Lyposome เช่น กลูต้าh2o เม็ดเหลือง กลูต้าh2o ต่างๆ นั้นไม่เป็นความจริง เนื่องจากไม่ได้ทำเป็น Lyposome และไม่ได้อยู่ในรูปแบบ Reduce Form ด้วย
จากการที่กลูต้าไธโอนไม่ค่อยคงตัวในกระเพาะอาหาร เนื่องจากสามารถถูกทำลายด้วยกรดหรือเอนไซม์ การทำในรูปแบบพิเศษที่เรียกว่า Lyposomal Nano-Spheres® จะเป็นการนำสารที่มีคุณสมบัติพิเศษที่ทนต่อกรดและเอนไซม์มาคลุมกลูต้าไธโอน (หรือรูปแบบที่เรียกว่า Liposome) เพื่อป้องกันการทำลายของกลูต้าไธโอนในกระเพาะอาหาร ทำให้กลูต้าไธโอนที่ทานเข้าไปสามารถดูดซึมได้เกือบ 100%
กลูต้าไธโอนเจล รูปแบบ Lyposomal Nano-Spheres®, ที่ผลิตด้วยนาโนเทคโนโลยี จากอเมริกา จึงมีการดูดซึมได้รวดเร็วและดูดซึมได้เกือบ 100% จึงเป็นกลูต้าไธโอนแบบทานที่เห็นผลใกล้เคียงกับกลูต้าไธโอนแบบฉีดมากที่สุด ณ ตอนนี้ อีกทั้งกลูต้าไธโอนของ Lypo-SphericTM GSH นี้ยังอยู่ในรูป Reduce Form (Active Form) ซึ่งเป็นรูปแบบของกลูต้าไธโอนที่พร้อมจะออกฤทธิ์ทันที โดยเมื่อเทียบกับกลูต้าไธโอนที่อยู่ในรูปแบบผงบรรจุแคปซูลตามยี่ห้อต่างๆทั่วไป ร่างกายจะสามารถดูดซึมกลูต้าไธโอนเข้าไปใช้งานได้เพียงแค่บางส่วนเท่านั้น (ประมาน 10%) และรูปแบบของกลูต้าไธโอนก็ไม่ได้เป็นแบบ Reduce Form กลูต้าไธโอนของยี่ห้อพวกนี้เมื่อเข้าไปสู่ร่างกายจะต้องมีการเปลี่ยนรูปอีกถึงจะออกฤทธิ์ได้ ดังนั้นก็จะมีบางส่วนจาก 10% อีกที่ไม่สามารถเปลี่ยนไปอยู่ในรูปที่ออกฤทธิ์
สำหรับผู้ที่ต้องการเห็นผลเร็ว แต่กลัวการฉีดกลูต้าไธโอน ขอแนะนำกลูต้าไธโอนรูปแบบ Lyposomal Nano-Spheres® นาโนเทคโลยี เทคโนโลยีล่าสุดจากอเมริกา นะครับ
ข้อดี : ดูดซึมเกือบ 100%, เป็นของ USA 100%, มีสถานที่ผลิตจริงและส่วนประกอบครบถ้วนชัดเจน และสินค้าได้มาตรฐานจาก FDA ของ USA, กลูต้าไธโอนอยู่ในรูป Reduce Form (Active Form) ซึ่งพร้อมที่จะออกฤทธิ์, ง่ายต่อการทานเนื่องจากไม่ต้องทานทุกวัน
ข้อเสีย : ราคาของยี่ห้อนี้ถือว่าค่อนข้างแพง, มีกลิ่นฉุนอาจยากต่อการรับประทาน เนื่องจากกลูต้าไธโอนแท้เกรดคุณภาพ จะมีกลิ่นฉุนจาก Sulfur ที่เป็นส่วนประกอบของกลูต้าไธโอน
คำแนะนำ : ถ้ามีงบแนะนำให้เลือกทานตัวนี้ โดยแนะนำให้ทานสัปดาห์ละ 3 ซอง ร่วมกับทานวิตามินซีทุกวัน หรือในบางคนถ้าต้องการผลที่ดีกว่าอาจทานถี่ขึ้นได้โดยทานวันเว้นวัน หรือทานทุกวันในช่วงแรก แล้วค่อยลดเหลือทานสัปดาห์ละ 3 ซอง แต่ว่าถ้าไม่มีงบก็ทานเป็นตัวอื่นนะครับ, ในกรณีที่ทานลำบากเนื่องจากกลิ่นฉุน แนะนำให้ผสมกับน้ำผลไม้หรือเครื่องดื่มตามที่ชอบแล้วค่อยรับประทาน
http://www.weloveshopping.com/template/w04/showproduct.php?pid=13588949&shopid=120546
อันดับ 2 คือ Gluta H2O หรือ บางคนอาจเรียกว่า Gluta H2Q10, Gluta Double White หรืออื่นๆ

เป็นกลูต้าไธโอนที่อยู่ในรูปแบบของเหลว หรือที่เรียกว่า H2O ตอนนี้ H2O ที่มีอยู่ในท้องตลาดจะมีอยู่หลายตัว เช่น Lypo nano H2 (เม็ดเหลืองเล็ก), Double Whitening H2 (เม็ดน้ำตาลเข็มเรียวยาว), Extra Double Whitening H2 (เม็ดน้ำตาลอิฐยาวป้อม), Gluta K2 CO Q10, Q10 H2 Silver, K2 Silver, F1 Honey และอื่นๆ ของตัวนี้ที่ทางร้านขาย จะเป็น H2O แบบเม็ดน้ำตาลเข็มเรียวยาว หรือบางคนอาจเรียกว่า Double Whitening H2 จะมีขนาด 2.5 cm มันวาว มีกลิ่นคาว ซึ่งตัวนี้จะเป็น H2O ที่ดีสุดในบันดาล H2O ทุกตัว ด้วยส่วนประกอบและผลลัพธ์ของลูกค้าที่ได้ผลมากกว่า H2O ตัวอื่นๆ
จากการที่อยู่ในรูปแบบของเหลว ทำให้มีการดูดซึมได้มากกว่าและเร็วกว่า กลูต้าไธโอนยี่ห้อทั่วไปที่เป็นผงบรรจุแคปซูล เช่น L-glutathione, Super White, Profimin, Gluta Complex และอื่นๆ เทียบแบบเม็ดต่อเม็ดกับกลูต้าไธโอนพวกนี้จะดีกว่า แต่ว่าราคาก็สูงกว่าเช่นกันนะครับ
ข้อดี : อยู่ในรูปแบบของเหลว จะดูดซึมได้ดีกว่าแบบยี่ห้อทั่วไปที่เป็นผงบรรจุแคปซูล, ง่ายต่อการทานเนื่องจากไม่ต้องทานทุกวัน
ข้อเสีย : ราคาตกต่อเม็ดถือว่าสูงกว่ากลูต้าไธโอนทั่วไป, สถานที่ผลิตและส่วนประกอบไม่ชัดเจน แต่ว่าไม่ใช่ยาห้ามเลือดแน่นอน 100% นะครับ, การทานเพียงแค่สัปดาห์ละ 1-2 เม็ด ตามที่มีการโฆษณากัน อาจไม่ค่อยเห็นผลในบางคน
คำแนะนำ : ถ้ามีงบอยู่ระดับนึง และเคยทานกลูต้าไธโอนยี่ห้อต่างๆมาแล้วไม่ค่อยได้ผล ลองทานตัวนี้ดูนะครับ แต่ว่าถ้าทานเดี่ยวๆควรทานอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 เม็ด ร่วมกับทานวิตามินซีทุกวัน หรืออาจเลือกทานกลูต้าไธโอนยี่ห้อทั่วไปเป็นตัวหลักทุกวัน แล้วทาน Gluta H2O เสริมสัปดาห์ละ 2-3 เม็ด เพื่อให้ได้ผลที่ดีขึ้นนะครับ แต่ว่าถ้างบยังไม่พอก็ทานเป็นตัวอื่นนะครับ
http://www.weloveshopping.com/template/w04/showproduct.php?pid=12786374&shopid=120546
อันดับ 3 คือ Profimin Vite Nice, Gluta Complex, Glow Enhance, Blackmore Radiance Marine Q10, Choccola CC หรือ กลูต้าไธโอนที่มี อย. ยี่ห้อต่างๆ ที่มีปริมาณกลูต้าไธโอนและส่วนผสมอื่นๆที่โอเค

กลูต้าไธโอนยี่ห้อเหล่านี้เทียบกับกลูต้าไธโอนกระปุกทุกยี่ห้อแล้วจะดีกว่าทั้งในเรื่องของ ปริมาณสาร คุณภาพของสาร และรับประกันความปลอดภัยด้วย อย. ด้วยยี่ห้อเหล่านี้มักผลิตภายใต้ลิขสิทธิ์ของอเมริกา คือ สารนำเข้าจากอเมริกาและพัฒนาสูตรตำรับจากที่อเมริกา แล้วนำเข้ามาบรรจุและผลิตในเมืองไทย เช่น Profimin Vite Nice, Gluta Complex, Glow Enhance ฯลฯ หรือบางตัวก็ผลิตจากที่อเมริกาหรือญี่ปุ่นมาเลย เช่น Choccola CC ฯลฯ
ยี่ห้อเหล่านี้จะผลิตด้วยโรงงานที่มีคุณภาพมาตรฐาน GMP และ ISO ของ กองควบคุมอาหารและยา และสารที่ใช้ในการผลิตจะมีคุณภาพที่ดีกว่ากลูต้าไธโอนกระปุกขาว สารส่วนใหญ่จะมาจากอเมริกาและญี่ปุ่น และด้วยมีการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ก่อนออกสู่ท้องตลาด จึงมั่นใจได้ว่าไม่มียาห้ามเลือดผสมอยู่
ข้อดี : ราคาไม่แพงมากจนเกินไป มีปริมาณสารที่มากกว่ากลูต้าไธโอนกระปุกขาว คุณภาพสารดีกว่า และมี อย. รับประกันคุณภาพและความปลอดภัย, มีสถานที่ผลิตจริงและส่วนประกอบชัดเจน, มั่นใจได้ว่าไม่มียาห้ามเลือดผสม
ข้อเสีย : ต้องรับประทานทุกวัน
คำแนะนำ : ถ้ามีงบปานกลาง แนะนำให้ทานพวกนี้นะครับ และทานร่วมกับวิตามินซี โดยถ้าต้องการให้เห็นผลเร็วในช่วงแรก ให้ทานกลูต้าไธโอน + วิตามินซี อย่างละ 1 เม็ด วันละ 2 เวลา และถ้าทานแล้วได้ผลที่โอเคตามต้องการ ก็สามารถลดการทานลงเหลือวันละ 1 เวลา เพื่อให้รักษาระดับของผิวให้คงอยู่นานขึ้น
http://www.weloveshopping.com/template/w04/showproduct.php?pid=10569833&shopid=120546
http://www.weloveshopping.com/template/w04/showproduct.php?pid=12013865&shopid=120546
http://www.weloveshopping.com/template/w04/showproduct1.php?pid=13819876&shopid=120546
อันดับ 4 คือ พวกกลูต้าไธโอนกระปุกขาว หรือกลูต้าไธโอนที่มี อย. ปลอม เช่น L-glutathione plus/pure/plus Q10, Super White, กลูต้าอเมริกา, L-glutathione Vite Active ฯลฯ และกลูต้าไธโอนตามเวปต่างๆที่นำมาแพ็คเกจของตัวเอง เช่น Transgender, Miss Beauty Perfect, Annelabeaute ฯลฯ

กลูต้าไธโอนกระปุกขาวเหล่านี้จะมีขายกันอยู่มากมายหลายตัว ณ ตอนนี้ ซึ่งมีการโฆษณาต่างๆมากมายว่าสารคุณภาพจากอเมริกา ญี่ปุ่น ฯลฯ คุณภาพเกรด A, AA, AAA ทั้งนี้สารเหล่านี้อาจไม่ได้มาจากอเมริกาหรือญี่ปุ่น หรือมีคุณภาพตามที่โฆษณา เนื่องจากผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไม่ได้มีการตรวจสอบจาก อย. ทางผู้ผลิตหรือโรงงานจะใส่สารอะไรเข้าก็ไปก็ได้ และส่วนใหญ่มักไม่ได้ใส่สารจริงตามที่ระบุเอาไว้บนฉลากของกระปุก
แต่เหตุใดถึงได้มีคนทานยี่ห้อเหล่านี้อยู่มาก เนื่องจากราคาของผลิตภัณฑ์ถึงว่าค่อนถูกข้างเมื่อเทียบกับกลูต้าไธโอนยี่ห้อต่างๆตามที่กล่าวมาข้างต้น อีกทั้งมีหลายคนที่ทานกันแล้วได้ผล และไม่มีผลข้างเคียงอะไร
ข้อดี : ราคาถูก
ข้อเสีย : สถานที่ผลิตและส่วนประกอบไม่ชัดเจน, ไม่ได้มีการตรวจสอบทั้งเรื่องของคุณภาพและมาตรฐาน, บางยี่ห้ออาจมีส่วนผสมของยาห้ามเลือด, คุณภาพสารไม่ได้เป็นเกรดอเมริกาหรือญี่ปุ่นตามที่โฆษณากัน, ตอนนี้มีของปลอมแพร่ระบาดค่อนข้างมาก, ต้องรับประทานทุกวัน
คำแนะนำ : มีหลายคนที่ทานกลูต้าไธโอนเหล่านี้ได้ผลและไม่มีผลข้างเคียงหรืออันตราย ซึ่งถ้าคุณเป็นคนที่มีงบน้อยก็แนะนำให้ทานกลูต้าไธโอนพวกนี้ และทานคู่กับวิตามินซีทุกวัน โดยถ้าต้องการให้เห็นผลเร็วในช่วงแรก ให้ทานกลูต้าไธโอน + วิตามินซี อย่างละ 1 เม็ด วันละ 2 เวลา และถ้าทานแล้วได้ผลที่โอเคตามต้องการ ก็สามารถลดการทานลงเหลือวันละ 1 เวลา เพื่อให้รักษาระดับของผิวให้คงอยู่นานขึ้น ในคนที่ยังไม่เคยทานมาก่อนอาจเลือกลองทานยี่ห้อเหล่านี้ แต่ถ้าต้องการตัวที่มีคุณภาพและความปลอดภัยมากกว่าแนะนำให้เลือกกลูต้าไธโอนยี่ห้อต่างๆตามที่กล่าวมาข้างต้น
http://www.weloveshopping.com/template/w04/showproduct1.php?pid=13825360&shopid=120546
http://www.weloveshopping.com/template/w04/showproduct.php?pid=13879681&shopid=120546
http://www.weloveshopping.com/template/w04/showproduct.php?pid=13877808&shopid=120546
กลูต้าไธโอนที่ทางร้านไม่ค่อยแนะนำ เช่น White Complex 750 mg, Gluta H2O เม็ดเหลือง

สำหรับ White Complex 750 mg ค่อนข้างจะโฆษณาคุณภาพและสรรพคุณมากมาย ซึ่งพวกนี้ไม่ได้ต่างจากกลูต้าไธโอนกระปุกขาว เนื่องจากไม่ได้มีการตรวจสอบจาก อย. ซึ่งทางผู้ผลิตหรือโรงงานจะใส่สารอะไรเข้าก็ไปก็ได้ แล้วก็นำมาโฆษณาว่ามีกลูต้าไธโอนมากถึง 750 mg เป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง เห็นผลใน 7 วัน และได้รับการมาตรฐาน GMP จาอเมริกา แต่จริงๆแล้วไม่ได้ใส่สารตามที่กำหนด เนื่องจากแคปซูลจริงๆบรรจุได้เพียงแค่ 500-700 mg แต่ส่วนผสมบนฉลากรวมกันได้ประมาน 1500 mg อีกทั้งคุณภาพสารและมาตรฐานไม่ได้เป็นเกรดอเมริกาตามที่โฆษณา
สำหรับ Gluta H2O เม็ดเหลือง หรือที่เรียกกันว่า Lypo Nano H2 ตอนนี้เริ่มมาแรง เพราะว่ามีการโฆษณาสรรพคุณเวอร์มากมาย ว่าขาวเร็วกว่าตัวเดิมถึง 3 เท่า, มีลักษณะเป็น Lyposomal Nanosome และมีกลูต้าไธโอน 1000 mg + Vitamin C 1000 mg และอื่นๆ (บางร้านอาจโฆษณาว่ามีกลูต้าไธโอน 850 mg) ซึ่งทางร้านบอกได้เลยว่าส่วนผสมไม่ได้มีตามนี้จริงๆ และไม่ได้มีการทำในรูปแบบ Lyposomal Nanosome ส่วนประกอบที่มีอยู่ในเม็ดแคปซูลเล็กสีเหลืองนี้ไม่น่าจะเกิน 250 mg ซึ่งจะเป็นอะไรแน่นอนนั้นทางร้านยังไม่ทราบแน่ชัด
ข้อดี : -
ข้อเสีย : ราคาแพง, สถานที่ผลิตและส่วนประกอบยังไม่ชัดเจน, ไม่ได้มีการตรวจสอบทั้งเรื่องของคุณภาพและมาตรฐาน, คุณภาพสารและมาตรฐานไม่ได้เป็นเกรดอเมริกาตามที่โฆษณา
คำแนะนำ : สำหรับบางคนที่อยากลอง อาจเลือกทานดูได้นะครับ เพราะว่าก็มีคนที่ทานแล้วเห็นผลหลายคน โดยแนะนำให้ทานร่วมกับวิตามินซีทุกวัน
http://www.weloveshopping.com/template/w04/showproduct.php?pid=13878746&shopid=120546
http://www.weloveshopping.com/template/w04/showproduct.php?pid=13879023&shopid=120546
สำหรับผู้ที่เคยทานกลูต้าไธโอนแล้วไม่ได้ผลหรือได้ผลน้อย ทางร้านของแนะนำเป็น N-Acetyl-Cyteine (NAC) เป็นทางเลือกเป็นในการทานเพื่อผิวขาวกระจ่างใส

Cysteine เป็นส่วนประกอบหนึ่งของเป็นกลูต้าไธโอน (กลูต้าไธโอน ประกอบด้วยกรดอะมิโน 3 ตัว คือ Cysteine, Glycine และ Glutamic acid) ปกติกลูต้าไธโอนที่ทานเค้าไปนั้นจะไม่ค่อยคงตัวในกระเพาะอาหาร เนื่องจากจะถูกทำลายด้วยกรดหรือเอมไซม์ในกระเพาะอาหาร จึงทำให้ปริมาณที่ดูดซึมเข้าไปใช้งานเหลือเพียงแค่เล็กน้อย (ประมาณ 10%) ทำให้การทานกลูต้าไธโอนมักไม่ค่อยเห็นผลในบางคน
Cysteine จะเป็นกรดอะมิโนที่มีบทบาทเด่นในการมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย และมีฤทธิ์มากที่สุดในกรดอะมิโน 3 ตัว ของกลูต้าไธโอน และสามารถกระตุ้นให้เกิดการสร้างกลูต้าไธโอนในร่างกาย โดยที่ Cyteine ปกติจะไม่ค่อยคงตัวในกระเพาะอาหาร เนื่องจากจะถูกทำลายด้วยกรดหรือเอมไซม์เช่นเดียวกัน จึงได้มีการทำในรูปแบบที่เรียกว่า N-Acetyl Cysteine หรือที่เรียกว่า NAC ดังนั้นการทาน NAC เพื่อเข้าไปกระตุ้นการสร้างกลูต้าไธโอนจากภายในร่างกายจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่ทานกลูต้าไธโอนแล้วไม่ค่อยเห็นผลหรือเห็นผลได้น้อย
ข้อดี : ราคาไม่แพง, ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพและมาตรฐาน GMP และ ISO ของกองควบคุมอาหารและยาจากอเมริกา (FDA) รับประกันคุณภาพและความปลอดภัย, มีสถานที่ผลิตจริงและส่วนประกอบชัดเจน
ข้อเสีย : ต้องรับประทานทุกวัน
คำแนะนำ : เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่เคยทานกลูต้าไธโอนแล้วไม่ได้ผลหรือได้ผลน้อย เนื่องจากสารจะมีความคงตัวมากกว่ากลูต้าไธโอน เมื่อทานเข้าไปจะไปกระคตุ้นให้เกิดการสร้างกลูต้าไธโอน
http://www.weloveshopping.com/template/w04/showproduct.php?pid=13801691&shopid=120546
คำถามที่มักจะถามกันบ่อย
1. สามารถทานกลูต้าไธโอนเดี่ยวๆ ได้หรือไม่ ?
การทานกลูต้าไธโอนเดี่ยวๆเข้าไปจะไม่ค่อยแนะนำ เนื่องจากกลูต้าไธโอนเป็นสารโมเลกุลใหญ่ ทำให้เป็นข้อจำกัดในการดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย การทานตัวที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระคู่กับกลูต้าไธโอน จะช่วยเสริมผลกลูต้าไธโอนได้โดยสารเหล่านี้จะไปเพิ่มระดับของกลูต้าไธโอนในร่างกายโดยเพิ่มการดูดซึมของกลูต้าไธโอน การกระตุ้นการสร้างกลูต้าไธโอนจากภายในร่างกาย และช่วยให้กลูต้าโอนอยู่ในรูปที่ออกฤทธิ์ได้มากขึ้น
2. อยากทานอะไรเสริมผลกลูต้าไธโอน สามารถทานอะไรได้บ้าง ?
จริงๆแล้วไม่มีแค่วิตามินซีที่สามารถทานเสริมผลกลูต้าไธโอนได้ ตัวที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอสิระทุกตัวสามารถทานร่วมกับกลูต้าไธโอนเพื่อเสริมผลได้ เช่น Vitamin C, Vitamin E, Grape Seed Extract, Enzyme Co-Q10, Idebenone, Alpha lipoic acid (ALA), Selinium และอื่นๆ
โดยเรียงลำดับดังนี้ : Idebenone = ALA > Q10 > Grape Seed > Vitamin E = Vitamin C
3. กลูต้าไธโอนทานแล้วมีอันตรายหรือป่าว ?
ไม่มีอันตรายเนื่องจากว่า กลูต้าไธโอนเป็นสารตามธรรมชาติในร่างกายจึงไม่มีอันตราย และคนที่ทานส่วนใหญ่ไม่มีปัญหา หรือผลข้างเคียงแต่อย่างใด แต่ยาเป็นยาห้ามเลือดที่มักมีการแอบใส่ลงในกลูต้าไธโอนแบบที่ไม่ได้ผ่านการตรวจสอบจาก อย. เพื่อให้ได้ผลที่มากขึ้น การทานในระยะเวลานานอาจก่อให้เกิดอันตรายได้
4. กลูต้าไธโอนทานแล้วได้ผลจริงหรือป่าว และทานนานแค่ไหนถึงจะได้ผล ?
ตรงนี้ต้องบอกว่ามีคนที่ทานแล้วได้ผลกันหลายคน แต่ไม่ 100% ทุกคน เรื่องผลลัพธ์และระยะเวลาที่เห็นผลจะต่างกันออกไปในแต่ละคน ทั่วไปประมาน 1-2 เดือน แต่บางคนอาจจะได้ผลเร็วหรือช้ากว่านี้ก็ได้ ส่วนผลที่เกิดขึ้น บางคนเห็นผลได้ชัดเจนจากก่อนหน้าที่เคยทาน บางคนเห็นผลได้แค่เล็กน้อยเท่านั้น แค่ผิวใสขึ้นหรือเนียนขึ้น ขาวขึ้นไม่มากเท่าไร ตรงนี้จะขึ้นกับ สภาพผิวแต่ละคน การสร้างเม็ดสี และปัจจัยในร่างกายที่มีผลต่อการดูดซึมและการทำลายของกลูต้าไธโอนในร่างกาย
สินค้าบางตัวหรือบางร้านจะมีการโฆษณาว่าเห็นผลใน 7 วัน หรือ 14 วัน ตรงนี้เป็นจริงๆแค่ส่วนน้อยเท่านั้น มีคนที่ทานแล้วเห็นผลเร็วกว่า 1 เดือนก็มี แต่ส่วนใหญ่ต้องบอกว่าประมาน 1-2 เดือน นะครับ แนะนำว่าทานไม่เกิน 1 เดือน แล้วไม่เห็น ยังไม่ต้องรีบด่วนตัดสินใจว่าไม่ดีหรือว่าไม่เห็นผล ลองค่อยๆทานดูสัก 2 เดือน แล้วค่อยประเมินผล และอย่าไปเชื่อโฆษณาที่บอกว่าเห็นผลภายใน 7 วัน หรือ 14 วัน มากนัก เพราะพวกนี้ชอบโฆษณาเกินความจริงและโอเวอร์เพื่อให้คนซื้อสินค้า
5. หยุดทานกลูต้าโอนแล้วผิวจะคล้ำขึ้นหรือป่าว ?
หลังจากหยุดทานบางคนอาจไม่คล้ำเหมือนเดิม บางคนอาจมีผิวกลับมาเหมือนเดิมได้ ระยะเวลาว่าจะขาวได้ระยะเวลานานแค่ไหน ขึ้นกับการดูแลเอาใจใส่สุขภาพผิว เช่น การทาครีมกันแดด การหลี่งเลี่ยงแดดจัด ในบางคนที่หยุดทานแล้วถ้าหากมีการดูแลผิว ทาครีมบำรุง ครีมกันแดด และหลีกเลี่ยงแดด ผิวอาจจะคล้ำลงมาแต่ว่าก็ยังขาวกว่าเดิมนะครับ
6. ขนาดการทาน และทานกลูต้าไธโอนมากกว่าวันละ 2 เม็ด ได้หรือไม่ ?
ทั่วไปแนะนำ วันละ 2 เม็ด ครั้งละ 1 เม็ด ในตอนท้องว่าง คือ ตื่นนอน-ก่อนนอน ร่วมกับ วิตามินซี หรือสารตัวอื่นๆที่ช่วยเสริมผล ถ้าต้องการให้ได้ผลเร็วขึ้นในช่วงแรก สามารถทานกลูต้าไธโอนมากกว่าวันละ 2 เม็ด ได้ อาจจะเป็น วันละ 3-4 เม็ด เนื่องจากขนาดที่แนะนำในการทานกลูต้าไธโอนเพื่อ ผิวขาวใส ให้รับประทานวันละ 20-40 mg/kg/day แบ่งให้วันละ 2-3 ครั้ง/วัน หรือประมาน 1000-2000 mg/day และเมื่อเริ่มเห็นผลแล้ว ค่อยลดขนาดการทานลงมาเหลือวันละ 1-2 เม็ดได้นะครับ
(สำหรับในกรณีที่ต้องการทานเพื่อดูแลตับ หรือ ต้านอนุมูลอิสระ ให้รับประทานวันละ 10 mg/kg/day หรือ ประมาน 500 mg/day)
บุคคลใดนำข้อความเหล่านี้บางส่วนหรือทั้งหมดไปลงใช้ รบกวนขออนุญาตหรือให้เครดิตแก่ทางร้านบ้านเภสัชด้วยนะครับ ข้อความที่เขียนขึ้นมาเหล่านี้ถือเป็นลิขสิทธิ์ส่วนบุคคล หากทางร้านเจอข้อความเหล่านี้มีการนำไปใช้โดยไม่ได้ขออนุญาต ทางร้านบ้านเภสัชจะขอดำเนินเรื่องตามกฏหมายให้ถึงที่สุด
|